ทันสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้า ข่าวสาร

อังกฤษผ่านกฏหมาย เกิดหลังพ.ศ.2552 ห้ามซื้อบุหรี่ตลอดชีวิต เขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

เป็นข่าวใหญ่ที่มีคนสนใจมาก และมีคนถามมาว่า เมืองไทยมีพรรคการเมืองใดที่มีนโยบายแบบนี้ไหม  ขอให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจมากขึ้นดังนี้

อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ประกาศว่า การสูบบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งปอด ในปี พ.ศ.2505 ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะยอมรับตาม ในปี พ.ศ.2507

พ.ศ.2519 มีการตั้งกลุ่มสมาชิกรัฐสภาว่าด้วยการสูบบุหรี่และสุขภาพจากทุกพรรคการเมือง All Party Parliamentary Group (APPG) on Smoking and Health เพื่อติดตามผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมของการสูบบุหรี่ ทบทวน ปรับปรุงกฏหมายควบคุมยาสูบ การช่วยเหลือให้เลิกสูบบุหรี่ ฯลฯ

กลุ่มสมาชิกรัฐสภานี้ มีสำนักงานเลขาที่ชื่อ Action on Smoking and Health (คล้ายกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่บ้านเรา) โดยสำนักงานนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐสภา อังกฤษได้รับการประเมินมาตรการควบคุมยาสูบที่ได้คะแนนสูงสุดในสหภาพยุโรป

• การบังคับใช้กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะได้คะแนนเต็ม 10

• อัตราภาษีบุหรี่ที่สูงและเก็บเท่ากันทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ยาเส้น

• มีระบบการควบคุมบุหรี่หนีภาษีที่มีประสิทธิภาพ (กรมสรรพสามิตไทยเคยพาคณะไปดูงาน) มีระบบการรักษาเลิกบุหรี่ที่จริงจัง

• มีการออกกฏเกณฑ์ที่ป้องการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบผ่านสมาชิกรัฐสภา

• อังกฤษไม่มีกิจการยาสูบของรัฐ ไม่มีชาวไร่ยาสูบที่เขาต้องกังวลเวลากำหนดนโยบายควบคุมยาสูบ

• กลุ่มสมาชิกรัฐสภาว่าด้วยการสูบบุหรี่และสุขภาพ ได้ประกาศแผน Smokefree 2030 เมื่อปี 2021 ที่เห็นชอบโดยรัฐสภา กำหนดมาตรการต่างๆที่ต้องทำ โดยจะมีการตั้งกองทุน Smokefree Fund 2030 งบประมาณต่อปีที่ต้องใช้ 266 ล้านปอนด์สำหรับอังกฤษ และ 315 ล้านปอนด์สำหรับสหราชอาณาจักร

งบประมาณนี้จะมาจากการออกกฏหมายกำหนดเพดานกำไรของบริษัทบุหรี่ ที่มีกำไรถึง 900 ล้านปอนด์ต่อปีในอังกฤษ
นั่นคือแผนของสมาชิกรัฐสภา ที่จะทำให้คนสูบบุหรี่ลดเหลือน้อยที่สุด ในปี 2030  และตอนนี้ เพิ่มกฏหมาย ห้ามคนที่เกิดหลัง ปี พ.ศ.2552 ซื้อบุหรี่ไปตลอดชีวิต เพื่อเป็น End game สู่สังคมปลอดบุหรี่ที่แท้จริง
หากดูนโยบายควบคุมยาสูบต่าง ๆ ที่ประเทศอังกฤษทำได้ดี จะเห็นว่าประเทศไทยยังมีปัญหาในทุก ๆ ด้าน ย้ำทุก ๆ ด้าน

• การบังคับใช้กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ห้ามโฆษณา ห้ามขายผ่านออนไลน์ ไม่มีประสิทธิภาพ

• บุหรี่เถื่อนยังมีอยู่สูง ระบบภาษียาสูบยังอยู่อันดับที่ 100 จาก 174 ประเทศ

• โครงสร้างการควบคุมยาสูบภาครัฐยังอ่อนแอมาก โดยเฉพาะในระดับจังหวัด มีบุคลากรและงบประมาณสนับสนุนน้อยมากๆ

• ล๊อบบี้ยิสต์บริษัทบุหรี่ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการพิจารณานโยบายควบคุมยาสูบในสภา

• เวลารัฐบาลจะกำหนดนโยบายควบคุมยาสูบ ต้องพยายามไม่ให้ หรือให้เกิดผลกระทบต่อโรงงานยาสูบ ชาวไร่ยาสูบให้น้อยที่สุด

นักการเมือง กรรมาธิการในสภาฯ จึงควร #ช่วยกันแก้ปัญหาจุดอ่อนต่าง ๆ ในการควบคุมยาสูบของประเทศไทยให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ #แทนที่จะสนใจแต่จะเรียกร้องให้ยกเลิกการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าแต่เพียงเรื่องเดียว เหมือนในหลายปีที่ผ่านมา

เพราะถ้าเปิดให้บุหรี่ไฟฟ้าขายได้ถูกกฏหมาย ในบริบทที่ประเทศไทยเป็นอยู่ บุหรี่ไฟฟ้าจะยิ่งระบาดหนักในเด็กและเยาวชนมากกว่านี้หลายเท่า รวมทั้งการสูบบุหรี่มวนก็จะกลับเพิ่มขึ้นอีกด้วย


ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ

8 มกราคม 2569

อ้างอิง https://www.thecoverage.info/news/content/6699
https://ash.org.uk/uploads/APPGTCP2021.pdf?v=1652361624้